Fortunova's profile~*FoRTuNER*~PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    December 29

    หลับให้สบายนะ... น้ำตาล

    วันนี้ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์จากแม่ คุยกันประมาณสามประโยคได้ความว่า "น้ำตาลตายแล้ว" ...


    น้ำตาล สุนัขพันธุ์ทางตัวผู้ ตัวเตี้ยๆ ขนยาวสีน้ำตาล หางเป็นพวง ชั้นยังจำได้อยู่เลย ตอนชั้น 9 ขวบ ตอนที่ไปขอแกมาจากบ้านใกล้ๆ แกเป็นตัวเดียวที่พยายามจะวิ่งออกมาเหมือนจะอยากไปอยู่ด้วยกัน แกเป็นหมาพันธุ์ผสม มีเชื้อดัชชุน(หมาไส้กรอก)ด้วย เลยทำให้แกตัวเตี้ยๆ ยาวๆ ไม่สูงเพรียวเหมือนหมาแถวนั้น แต่แกก็น่ารัก ร่าเริง ขี้เล่น ซนเชียวแหละ ทุกคนในบ้านต่างพากันรักแก แล้วก็เล่นกับแกตลอด...

    แกเป็นหมาที่ซุกซน ทุกครั้งที่เปิดประตูรั้ว แกจะพยายามยื่นหน้าของแกออกไป เพื่อออกไปชมโลกภายนอก บางครั้งไม่มีใครเห็นตอนแกออกไป แกก็โดนหมาข้างบ้านกัด หลังๆก็เลยไม่มีใครปล่อยให้แกออกไปเดินเล่นข้างนอก... ชั้นขอโทษ... ขอโทษที่ไม่ได้พาแกออกไปเที่ยวเหมือนตอนแกเด็กๆ...

    13 ปีแล้วสินะ ที่เราอยู่ด้วยกันมา ตลอดเวลาที่ผ่านมา แกเป็นเพื่อนยามเหงา ยามเศร้ามาตลอด แกไม่เคยบ่นหรือว่าชั้นเลย แต่แกจะคอยมาอยู่ใกล้ๆ กระดิกหาง ถึงแกจะพูดไม่ได้ ชั้นก็รู้ว่าแกอยากเพียงแค่จะอยู่ใกล้ๆ ให้ชั้นหายเศร้า หายเหงา หายทุกข์...  13 ปี นี่มันไม่สั้นเลยจริงๆ... มันยาวนาน ความทรงจำมันมากมายเหลือเกิน... มากเกินกว่าที่จะพูดออกมาได้

    เมื่อสองปีก่อน เป็นช่วงที่แกดูไม่ได้เลย ขนร่วงเยอะ เหมือนจะกลายเป็นหมาไฮยีน่า นั่นเป็นช่วงแรกที่แกเริ่มดูหงอยๆ แล้วก็ไม่สดชื่นร่าเริงเหมือนเมื่อก่อน มันอาจจะเป็นเพราะว่าแกเริ่มแก่แล้ว หรือว่าอาจจะเป็นเพราะว่าชั้นมีเวลาเล่นกับแกน้อยลง...

    ปีสุดท้ายในชีวิตของแก... เป็นปีเริ่มต้นการทำงานของชั้น... ชั้นเหนื่อย การเดินทางไกลทุกวันของชั้น มันทำให้ชั้นไม่อยากทำอะไรแล้วเมื่อกลับมาถึงบ้าน ชั้นเลยไม่ค่อยได้เล่นกับแก ชั้นรู้... ว่ามันทำให้แกเหงา... ชั้นขอโทษ... ตอนนี้ มันคงไม่ทันซะแล้ว... ชั้นเสียใจ...

    ทุกๆเช้า แม้ว่าชั้นจะง่วงงุนแค่ไหน แต่ชั้นก็จำได้ว่า แกจะต้องเดินลงจาก Terrace มาส่งชั้นที่หน้าประตูรั้วทุกวัน... แต่วันนี้... แกไม่ได้ออกมา ชั้นไม่ได้สังเกตเลย เพียงแค่เพราะความง่วงของชั้น แต่ชั้นไม่รู้เลย... ว่าชั้นได้เสียแกไปซะแล้ว... ตั้งแต่นี้ต่อไป จะไม่มีหมาน้อยน่ารักตัวเดิมตัวนี้อีกแล้ว... วันเวลาที่เราเคยอยู่ด้วยกันมา มันจะกลายเป็นความทรงจำที่ฝังแน่นอยู่ในหัวของชั้น... ชั้นขอโทษ... ขอโทษจริงๆ ชั้นอยากดูแลแกให้มากกว่านี้... อยากมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกซักนิดก็ยังดี... อย่างน้อยในวันที่แกจะจากไป ชั้นก็อยากจะอยู่ดูหน้าตอนที่แกยังมีชีวิตอยู่อีกซักครั้ง ... ชั้นคงจะคิดถึงแก...

    เมื่อก่อนชั้นไม่เคยนึกเลยว่า การสูญเสียสัตว์เลี้ยงมันจะทำให้เศร้าซักแค่ไหน ชั้นเคยลองจินตนาการดู ถ้าแกตาย ชั้นจะเศร้าแค่ไหน... แต่การจินตนาการนั้น มันเทียบไม่ได้เลยกับความจริงที่ชั้นต้องเจออยู่ในตอนนี้... มันเศร้า.. เศร้าจริงๆ ทุกครั้งที่ชั้นนึกถึงหน้าแก นึกถึงตอนเด็กๆที่มีแกเป็นเพื่อน นึกถึงแกตอนวิ่งวนไปรอบๆ กระโดดงับขนมปังที่ชั้นโยนให้... มันเศร้า... มันทำให้น้ำตาที่ไม่ได้ไหลมานานแล้ว ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย...

    ชั้นรู้ว่า ถึงวันนี้มันจะสายเกินไปแล้ว... แต่ชั้นก็ยังอยากจะพูดอีกครั้ง...


    "ชั้นรักแก"


    หลับให้สบายนะ...น้ำตาล... ชาติหน้าขอให้เราได้มาอยู่ด้วยกันอีก...
    สัญญานะ... ว่าชั้นจะดูแลแกอย่างดี จะไม่ยอมให้แกต้องเหงาอีกแล้ว...

    แล้วเราจะได้เจอกันอีก...
    June 09

    รมเสียสัดสัด

    เคยบ้างไม๊? เวลาที่กลับมาถึงบ้านแล้วเหนื่อยแทบขาดใจ.... 
    เคยบ้างไม๊? ที่ต้องทนกับการเดินทางแสนนานทุกวันทุกวัน...
    เคยบ้างไม๊? ที่ต้องกลับมารับฟังปัญหาตึงเครียดที่บ้าน...
    เคยบ้างไม๊? ที่รู้สึกพักผ่อนไม่เพียงพอ...
    เคยบ้างไม๊? ที่อยากย้ายไปอยู่ที่อื่น...
    เคยบ้างไม๊? ที่อยากจะมีรถขับสบายๆบ้าง...
    เคยบ้างไม๊? ที่อยากจะตื่นสายๆแล้วไปทำงานไม่สาย...
    เคยบ้างไม๊? ที่ไม่อยากคุยกะใครเวลาเหนื่อยมากๆ...
    เคยบ้างไม๊? ที่อยากให้คนอื่นเข้าใจว่าเราเหนื่อยแค่ไหน...
    เคยบ้างไม๊? ที่พยายามอธิบายเท่าไหร่ ก็ได้กลับมาเป็นการอารมเสีย...
     
    ผมไม่อยากจะทนอีกต่อไป ผมอยากอยู่คอนโด... โว้ย!!
    April 12

    Friend...

    * If anyone can fill my world with joy and happiness
    And cast away all of my loneliness
    Always there beside me when I am down
    And never left my face with a frown

    Reff:
    It’s you! Yes, it is you my friend who can make it all come true
    It’s you! Yes, it is true a friend in need is a friend indeed

    If anyone can fill my world with joy and happiness
    And cast away all of my loneliness
    Always there beside me when I am down
    And never left my face with a frown

    Reff:
    It’s you! Yes, it is you my friend who can make it all come true
    It’s you! Yes, it is true a friend in need is a friend indeed

    When you’re around I wrap my self in a pearly smile
    When you’re around you light the bulb inside my head
    When you’re around I wrap my self in a pearly smile
    When you’re around I dance and sway and kiss the ground
    (*, reff)

    When you’re around I wrap my self in a pearly smile
    When you’re around you light the bulb inside my head
    When you’re around I wrap my self in a pearly smile
    When you’re around I laugh and sing out strong and loud

    April 02

    2nd Orientation Day @ ExxonMobil

    วันที่สองแล้วกับการ Orientation ของ ExxonMobil ที่โรงแรม เดวิส นะครับ... วันนี้ก็คล้ายๆเมื่อวาน ก็แบ่งเป็น Chapter อีกละกัน
    หนุกดี แหะๆ... อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรกับวันที่สอง ก็เชิญติดตามชมได้เลยครับ!
     
    Chapter 01 - Early Morning
    เช้าตรู่... อีกแล้ว ที่ผมต้องแหกขี้ตาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว ใส่คอนแท็ก และเตรียมของเพื่อติดรถพ่อซึ่งล้อจะหมุนราวหกโมง ไม่เกินหกโมงยี่สิบ
    ช้ากว่านี้ไม่รอ... แหงะ ก็ทุลักทุเล อาบน้ำแต่งตัวแบบไร้สติ แล้วก็ใส่คอนแท็กด้วย วันนี้ลางบอกว่า นอนไม่พออย่างนี้ ต้องแสบตาทั้งวันแน่ๆ
    แล้วมันก็เป็นจริงดั่งคาด แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก... เพราะเรามียาหยอดตา วะฮ่าฮ่า!!!
     
    Chapter 02 - Left Behind
    ไม่ใช่อะไรหรอก ที่ถูก left behind... แต่มันคือ... น้ำตาเทียมเพื่อนยาก... ที่พกไปด้วยเผื่อตาแห้งนั่นแหละ เวน รู้สึกตัวเมื่อลงจากรถพ่อมา
    หลังจากลงรถไฟฟ้าก็เลยไปแวะเซเว่นซักหน่อยเผื่อจะมี ไปถึงก็ไปดู ก็มีน้ำยาอะไรแปลกๆหลายอย่าง เลยถามพนักงานว่า "ขอโทดนะครับ มี
    ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียมไม๊ครับ" พนักงานก็อึ้งไปซักพัก แล้วตอบกลับมาว่า "ไม่มีค่ะ ต้องเชิญที่ร้านขายยานะคะ" ... อุ้ย... โหด -"-
    ทีน้ำยาล้างเล็บเจือกมี... ยาหยอดตาแค่นี้ไม่มี... งง!!
     
    Chapter 03 - Open at 8.00
    ร้านขายยาแถวนั้นมันก็มีอยู่หรอกนะ เพียงแต่ว่า... เปิด 8 โมงครับ เลยคิดหนัก เอาวะ.. มันต้องมีขายแถวโรงแรมแหละน่า ต้องมีซักที่ ว่าแล้วก็
    กระโดดขึ้นมอไซรับจ้างหน้าปากซอย "โรงแรมเดวิสครับ" ... วันนี้ไม่โง่แล้ว ฮ่าๆ... แต่มอไซนี่นั่งไงก็ไม่ชินแฮะ เกร็งแทบกล้ามขึ้น เวลามัน
    ซอกแซกผ่านทางแคบๆ เสียวเข่าหลุดทุกทีเลย แบบว่าถ้าเป็นเราขี่ เราไม่เข้าไปอะ ไอ้ทางแคบพรรค์นั้น... เสียวว้อย...
     
    Chapter 04 - Noone's there...
    ไม่ถึงห้านาทีก็ไปถึงโรงแรมเดวิส วันนี้ก็เช่นเคย มาถึงเป็นคนแรกของกลุ่ม... และรอนานกว่าครึ่งช.ม. กว่าจะมีเพื่อนรายแรกหลุดเข้ามา
    และกว่าหมูออนที่เมื่อวานมาเร็วจะมา ก็ปาเข้าไปเกือบแปดครึ่ง... ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ!!
     
    Chapter 05 - Sleepy Morning
    lecture ช่วงเช้า ง่วงได้ใจมาก... แต่ก็มีช่วงที่ได้ไปดูปั๊ม Esso ที่ปากซอย ก็ได้ไปดูห้องควบคุมข้างใน ก็โอนะ ทำอะไรมีระบบดีเหมือนกัน
    ค่อนข้างจะ safe จบคอร์สนี้เป็นเด็กปั๊มได้เลย.. แป่ว..
     
    Chapter 06 - Chocolate Lovers
    จูนกะอาร์ตนับเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกได้ว่า Chocolate Lover ของแท้... และยิ่งสิ่งมีชีวิตทั้งสองมาอยู่ใน Chocolate Paradise เช่นนี้แล้ว
    ก็ย่อมแน่นอนว่าจะกระดี๊กระด๊ากันขนาดไหน... ตอนแรกก็อิ่มๆแล้วนะ แต่ว่าอย่างที่เรียนมากันตั้งแต่เด็กๆว่า คนเราเนี่ย มีสองกระเพาะ คือ
    กระเพาะอาหาร และกระเพาะขนม ฉะนั้น ถึงเราจะกินข้าวอิ่มแล้ว เราก็ยังคงกินขนมได้อีกเยอะ ... ด้วยเหตุนี้ ก็เลยกินได้เหมือนกับยังไม่อิ่ม
    ทฤษฎีถูกต้อง ของเค้าดีจริงๆ.. พรุ่งนี้กินอะไรดีน้า...
     
    Chapter 07 - Security
    ช่วงบ่ายมีวิทยากรมาพูดเรื่อง Security ซึ่งมีคอนเซปต์หลักๆก็คือ "พนักงานทุกคนอย่าทำตัวเองให้เจ็บนะจ๊ะ" ก็ว่าด้วยเรื่องการป้องกันต่างๆ
    เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม อุกกาบาตพุ่งชนโลก เอเลี่ยนบุก และแผนรับมือว่าจะทำอย่างไร ถึงจะไม่ทำตัวเองให้เจ็บนะจ๊ะ...
     
    Chapter 08 - BSC ค้ำจุนโลก
    ช่วงนี้เป็นกิจกรรมกลุ่ม ให้วาดรูปว่า BSC (Business Support Center) เนี่ย มันส่งผลอะไรกับธุรกิจต่างๆของ Exxon บ้าง คือจรืงๆ
    มันก็เกี่ยวข้องกับทุกส่วนนั่นแหละ ก็แสดงฝีมือวาดรูปกันไป...
     
    Chapter 09 - Lego
    เกมอีกแล้ว ให้แบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละ 3 ทีมย่อย ทีมก่อสร้าง (ต่อเลโก้), ทีมวาดแปลน (ฟังแล้ววาดตาม) และ ทีมสำรวจ (ออกไปดูต้นแบบ
    แล้วมาบอกทีมวาดแปลนให้วาดให้เหมือน) ก็งงๆดีเหมือนกัน กว่าจะฟังรุ้เรื่องว่าทีมสำรวจไปสำรวจอะไรมา เล่นเอามึนตึ้บเลยทีเดียว
    แต่กิจกรรมนี้ก็ทำให้ได้รู้ว่า Lego ของปลอมมันก็ต่อได้เหมือนเลโก้จริง!!
     
    Chapter 10 - Piano Class
    วันนี้แอบดีใจ ทั้งๆที่ไม่ค่อยได้ซ้อมเท่าไหร่ แล้วก็เหนื่อยมาก เล่นไปเบลอไป อาจารย์ยังชมว่าเล่นงี้คราวหน้าอาจจะเล่นได้แบบสุดยอด
    โอ้ววววว!! อาจารย์ไม่ชมมาซะนาน มีกำลังใจ ฮ่าๆ ... ถ้าไม่พูดอะไรที่เกี่ยวกกับ Exxon เด๋วเค้าหาว่ากระทู้กลายพันธุ์ ก็เอาไปโยงกันหน่อย
    ละกัน คือว่าเพราะต้องเรียนเปียโนนี่แหละ ทำให้เราต้องบึ่งจากโรงแรมเดวิสกลับบ้านเพราะกลัวกลับมาไม่ทันเรียน เหนื่อยมาก แค่นั้นแหละ...
     
    ป.ล. วันละ 10 Chapter นี่มันเหนื่อยจริงๆเลยจอร์จ (แล้วใครใช้ให้เขียน?)
    ป.ล.2 ง่วงมาก ขอตัวไปอาบน้ำนอนละครับทุกท่าน

    2nd Orientation Day @ ExxonMobil

    วันที่สองแล้วกับการ Orientation ของ ExxonMobil ที่โรงแรม เดวิส นะครับ... วันนี้ก็คล้ายๆเมื่อวาน ก็แบ่งเป็น Chapter อีกละกัน
    หนุกดี แหะๆ... อยากรู้ว่าเป็นอย่างไรกับวันที่สอง ก็เชิญติดตามชมได้เลยครับ!
     
    Chapter 01 - Early Morning
    เช้าตรู่... อีกแล้ว ที่ผมต้องแหกขี้ตาตื่นมาอาบน้ำแต่งตัว ใส่คอนแท็ก และเตรียมของเพื่อติดรถพ่อซึ่งล้อจะหมุนราวหกโมง ไม่เกินหกโมงยี่สิบ
    ช้ากว่านี้ไม่รอ... แหงะ ก็ทุลักทุเล อาบน้ำแต่งตัวแบบไร้สติ แล้วก็ใส่คอนแท็กด้วย วันนี้ลางบอกว่า นอนไม่พออย่างนี้ ต้องแสบตาทั้งวันแน่ๆ
    แล้วมันก็เป็นจริงดั่งคาด แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก... เพราะเรามียาหยอดตา วะฮ่าฮ่า!!!
     
    Chapter 02 - Left Behind
    ไม่ใช่อะไรหรอก ที่ถูก left behind... แต่มันคือ... น้ำตาเทียมเพื่อนยาก... ที่พกไปด้วยเผื่อตาแห้งนั่นแหละ เวน รู้สึกตัวเมื่อลงจากรถพ่อมา
    หลังจากลงรถไฟฟ้าก็เลยไปแวะเซเว่นซักหน่อยเผื่อจะมี ไปถึงก็ไปดู ก็มีน้ำยาอะไรแปลกๆหลายอย่าง เลยถามพนักงานว่า "ขอโทดนะครับ มี
    ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียมไม๊ครับ" พนักงานก็อึ้งไปซักพัก แล้วตอบกลับมาว่า "ไม่มีค่ะ ต้องเชิญที่ร้านขายยานะคะ" ... อุ้ย... โหด -"-
    ทีน้ำยาล้างเล็บเจือกมี... ยาหยอดตาแค่นี้ไม่มี... งง!!
     
    Chapter 03 - Open at 8.00
    ร้านขายยาแถวนั้นมันก็มีอยู่หรอกนะ เพียงแต่ว่า... เปิด 8 โมงครับ เลยคิดหนัก เอาวะ.. มันต้องมีขายแถวโรงแรมแหละน่า ต้องมีซักที่ ว่าแล้วก็
    กระโดดขึ้นมอไซรับจ้างหน้าปากซอย "โรงแรมเดวิสครับ" ... วันนี้ไม่โง่แล้ว ฮ่าๆ... แต่มอไซนี่นั่งไงก็ไม่ชินแฮะ เกร็งแทบกล้ามขึ้น เวลามัน
    ซอกแซกผ่านทางแคบๆ เสียวเข่าหลุดทุกทีเลย แบบว่าถ้าเป็นเราขี่ เราไม่เข้าไปอะ ไอ้ทางแคบพรรค์นั้น... เสียวว้อย...
     
    Chapter 04 - Noone's there...
    ไม่ถึงห้านาทีก็ไปถึงโรงแรมเดวิส วันนี้ก็เช่นเคย มาถึงเป็นคนแรกของกลุ่ม... และรอนานกว่าครึ่งช.ม. กว่าจะมีเพื่อนรายแรกหลุดเข้ามา
    และกว่าหมูออนที่เมื่อวานมาเร็วจะมา ก็ปาเข้าไปเกือบแปดครึ่ง... ซับซ้อน ซ่อนเงื่อน เพื่อนทรยศ!!
     
    Chapter 05 - Sleepy Morning
    lecture ช่วงเช้า ง่วงได้ใจมาก... แต่ก็มีช่วงที่ได้ไปดูปั๊ม Esso ที่ปากซอย ก็ได้ไปดูห้องควบคุมข้างใน ก็โอนะ ทำอะไรมีระบบดีเหมือนกัน
    ค่อนข้างจะ safe จบคอร์สนี้เป็นเด็กปั๊มได้เลย.. แป่ว..
     
    Chapter 06 - Chocolate Lovers
    จูนกะอาร์ตนับเป็นสิ่งมีชีวิตที่เรียกได้ว่า Chocolate Lover ของแท้... และยิ่งสิ่งมีชีวิตทั้งสองมาอยู่ใน Chocolate Paradise เช่นนี้แล้ว
    ก็ย่อมแน่นอนว่าจะกระดี๊กระด๊ากันขนาดไหน... ตอนแรกก็อิ่มๆแล้วนะ แต่ว่าอย่างที่เรียนมากันตั้งแต่เด็กๆว่า คนเราเนี่ย มีสองกระเพาะ คือ
    กระเพาะอาหาร และกระเพาะขนม ฉะนั้น ถึงเราจะกินข้าวอิ่มแล้ว เราก็ยังคงกินขนมได้อีกเยอะ ... ด้วยเหตุนี้ ก็เลยกินได้เหมือนกับยังไม่อิ่ม
    ทฤษฎีถูกต้อง ของเค้าดีจริงๆ.. พรุ่งนี้กินอะไรดีน้า...
     
    Chapter 07 - Security
    ช่วงบ่ายมีวิทยากรมาพูดเรื่อง Security ซึ่งมีคอนเซปต์หลักๆก็คือ "พนักงานทุกคนอย่าทำตัวเองให้เจ็บนะจ๊ะ" ก็ว่าด้วยเรื่องการป้องกันต่างๆ
    เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม อุกกาบาตพุ่งชนโลก เอเลี่ยนบุก และแผนรับมือว่าจะทำอย่างไร ถึงจะไม่ทำตัวเองให้เจ็บนะจ๊ะ...
     
    Chapter 08 - BSC ค้ำจุนโลก
    ช่วงนี้เป็นกิจกรรมกลุ่ม ให้วาดรูปว่า BSC (Business Support Center) เนี่ย มันส่งผลอะไรกับธุรกิจต่างๆของ Exxon บ้าง คือจรืงๆ
    มันก็เกี่ยวข้องกับทุกส่วนนั่นแหละ ก็แสดงฝีมือวาดรูปกันไป...
     
    Chapter 09 - Lego
    เกมอีกแล้ว ให้แบ่งกลุ่มเป็นกลุ่มละ 3 ทีมย่อย ทีมก่อสร้าง (ต่อเลโก้), ทีมวาดแปลน (ฟังแล้ววาดตาม) และ ทีมสำรวจ (ออกไปดูต้นแบบ
    แล้วมาบอกทีมวาดแปลนให้วาดให้เหมือน) ก็งงๆดีเหมือนกัน กว่าจะฟังรุ้เรื่องว่าทีมสำรวจไปสำรวจอะไรมา เล่นเอามึนตึ้บเลยทีเดียว
    แต่กิจกรรมนี้ก็ทำให้ได้รู้ว่า Lego ของปลอมมันก็ต่อได้เหมือนเลโก้จริง!!
     
    Chapter 10 - Piano Class
    วันนี้แอบดีใจ ทั้งๆที่ไม่ค่อยได้ซ้อมเท่าไหร่ แล้วก็เหนื่อยมาก เล่นไปเบลอไป อาจารย์ยังชมว่าเล่นงี้คราวหน้าอาจจะเล่นได้แบบสุดยอด
    โอ้ววววว!! อาจารย์ไม่ชมมาซะนาน มีกำลังใจ ฮ่าๆ ... ถ้าไม่พูดอะไรที่เกี่ยวกกับ Exxon เด๋วเค้าหาว่ากระทู้กลายพันธุ์ ก็เอาไปโยงกันหน่อย
    ละกัน คือว่าเพราะต้องเรียนเปียโนนี่แหละ ทำให้เราต้องบึ่งจากโรงแรมเดวิสกลับบ้านเพราะกลัวกลับมาไม่ทันเรียน เหนื่อยมาก แค่นั้นแหละ...
     
    ป.ล. วันละ 10 Chapter นี่มันเหนื่อยจริงๆเลยจอร์จ (แล้วใครใช้ให้เขียน?)
    ป.ล.2 ง่วงมาก ขอตัวไปอาบน้ำนอนละครับทุกท่าน
    April 01

    1st Orientation Day @ ExxonMobil

    วันปฐมนิเทศวันแรกของบริษัท ExxonMobil ณ โรงแรม เดวิส (The Davis Hotel) เรื่องมันมีอยู่ว่า...
     
    Chapter 01 - ท้าวความ (Overview)
    ขอท้าวความถึงเมื่อคืนก่อนเลยละกัน (ขณะนั่งเขียนไอ้นี่อยู่ข้าพเจ้าก็ตาใกล้จะปิดตัวลงแล้ว...) เมื่อคืนเนื่องจากว่านอนไม่หลับ ก็เลยทำให้วันนี้
    ตื่นมาด้วยความงัวเงียและงุนงง วันนี้ก็เลยเดินงึมงัมด้วยอาการง่อกแง่กและง่วงงุน ตื่นตั้งแต่ตีห้ายี่สิบเพื่อมาแต่งตัว เนื่องจากกลัวเผลอง่วงๆใส่ชุดนิสิต
    ไปทำงานล่ะก็ยุ่งเลย 55+ ก็เลยต้องตื่นเช้ากันหน่อย ไอ้ตอนตื่นมามันก็ไม่ได้ง่วงเท่าไหร่หรอก แต่มาเหนื่อยเอาตอนบ่ายๆเย็นๆนี่สิ เมื่อเช้าพ่อไปส่ง
    ที่สถานีรถไฟฟ้าสยาม ตั้งแต่ประมาณหกโมงครึ่ง ไปถึงสถานีพร้อมพงษ์ก่อนเจ็ดโมงก็ลงเดินเข้าซอยสุขุมวิท 24 ไปด้วยใจมุ่งมั่น...
     
    Chapter 02 - Keep Walking, Johny Walker
    เดินแล้ว... ก็เดินอีก... ผ่านสิ่งก่อสร้างนับร้อยนับพัน... ผ่านเขตก่อสร้าง... จนลังเลว่าตูมาถูกซอยรึเปล่า... กระทั่งแอบหวังไว้ว่า.. เราเดินเลยมาแล้ว!!
    แน่ๆ ใช่แน่ๆ เราเดินเลยมาแล้ว!! แต่ลองเดินไปอีกหน่อยละกัน เผื่อจะเจอ land mark อะไรที่ทำให้เทียบระยะทางกับในแผนที่ได้... "The Davis Hotel"
    ... ฮ่วย เดินเหงื่อท่วมเลย เราไม่ได้เดินเลยมาจริงๆด้วย แผนที่หลอกตา หลอกลวง!! ว่าแล้วก็เดินเข้าไปพักตากเหงื่อในโรงแรม รับโทรสับที่ติ๊ดโทรมาถาม
    ว่าใส่ชุดอะไร (น่าจะหลอกให้มันใส่ชุดนิสิตมาน้า... 555+) ก็เห็นหมูออนนั่งตุ้บลงมาที่เก้าอี้ข้างๆ!!.... เย่! เจอเพื่อนแล้ว ผมมาถูกที่แล้วสินะ TT^TT~
     
    Chapter 03 - Right Place?
    พอเจอหมูออน ก็ราวๆเจ็ดโมงนิดๆได้ละ ก็งงๆกันว่า มันใช่ที่นี่รึเปล่านะ พอดีเดินผ่านมาก็เห็น The Davis หลายอันซะด้วยสิ มันเป็นบริษัทในเครือกันรึเปล่า?
    ว่าแล้วก็ตัดสินใจเดินไป Star Buck Coffee ข้างๆ เพื่อกินกาแฟปั่นเย็นๆดับร้อนกับหมูออน ระหว่างทางเดินไปก็เจอคนนึงทัก เค้าก็มา Orientation เหมือนกัน
    ต่างคนก็ต่างงงว่ามันตรงไหนกันแน่ แป่ว... เค้ารอเพื่อนอยู่ เราก็เลยขอตัวไปกินกาแฟกับหมูออน แล้วก็สั่ง Mocca Flappucino กินตามฟอร์ม แต่แม่ไม่มา
    ไม่กล้าสั่ง Java Chip กลัวตังค์หมด... แหะๆ
     
    Chapter 04 - The Davis Hotel (Corner Wings)
    สรุปว่าพวกเราไปผิดที่จริงๆด้วย แป่ว... เพิ่งรู้ว่า The Davis เนี่ย มันจะแบ่งออกเป็นหลายๆ Wings ด้วยกัน (จริงๆก็เพิ่งเคยมาครั้งแรกนี่หว่า) เริ่มจากที่ใหญ่สุด
    เป็นที่ๆไปผิดตอนแรก คือ Main Wings... ถัดมาจะเป็น ซักอย่าง Wings แล้วก็ Corner Wings (ที่จริงๆแล้วจัด Orientation) เดินเข้าไปใน Corner Wings
    ตอนแรกก็เอ๋อๆเช่นเคย เดินหาบันไดกันขวักไขว่ ติดนิสัย ชั้นสอง ประหยัดไฟ... ว่าแล้วก็เดินหาซะทั่ว ตั้งแต่ข้างห้องน้ำ ไปจนถึงหลังเคาท์เตอร์ประชาสัมพันธ์...
    แต่แล้วก็หาไม่เจอ ประชาสัมพันธ์เลยสงสัยว่า ไอ้สองตัวนี้มันมาทำอะไรลับๆล่อๆ เลยตอบไปว่ามา Orientation ของ Exxon เค้าก้อให้ไปชั้นสอง "ใช้ลิฟท์ค่ะ"
     
    Chapter 05 - 14 lives from CP31
    ไปถึงชั้นสองก็เจอคนนั่งอยู่คนนึง ก้มหน้าก้มตาอ่านอะไรซักอย่าง ไม่สบตา ก็เลยไม่ได้ทัก... นั่งซักแป๊บก็มีเพื่อนๆมาสมทบ มีจ้อ แอม ติ๊ด อะไรพวกนี้ตามมา
    ก็เลยจับกลุ่มคุยกันเองซะงั้น แล้วก็ได้คุยกับเพื่อนใหม่เล็กน้อยพอเป็นกระสัย...  พบว่าเกือบครึ่งของผู้มา Orientation วันนี้คือเหล่า CP31 เรานี่เอง เวร...
    เยอะมากๆๆๆๆๆๆๆ 14 คน จาก 38 คน เรียกได้ว่า เกมจำชื่อนี่ไม่เคยกลัวเลยทีเดียว ฮ่าๆ...
     
    Chapter 06 - Service Mindset
    อันนี้เค้าเปิดวิดีโอให้ดู คนพูดชื่อไรไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว รู้แต่ว่าพูดเก่งมากๆ เป็นฝรั่ง พูดก็แบบตลกฝรึ่งล่ะนะ แต่ว่าก็ฮาไม่เลว สนุกดีอะ ฟังเค้าพูดเรื่องเกี่ยวกับ Product
    Delivery และ Service Mindset เกี่ยวกับการบริการว่าไม่ควรจะ over แต่ว่าให้มันโอที่สุดอะ เค้าก็แบ่งความรู้สึกของผู้รับบริการออกเป็นขั้นๆ ตั้งแต่ Basic, Expected,
    Desired, Surprised ไปจนถึง Unbelievable! จริงๆห่วยกว่า Basic เค้าก้อให้เป็น Unbelievable เหมือนกัน แต่ว่าไม่ขอพูดถึงละกัน อันนี้เค้าก็ยกตัวอย่างของ
    แต่ละขั้นให้ฟังอย่างชัดเจนเลยทีเดียว แล้วก็พูดชัดมากอยู่ ยกเว้นศัพท์บางคำที่เค้าเล่นมุขแล้วเข้าไม่ถึงจริงๆแฮะ ...
     
    Chapter 07 - International Buffet~
    เฮ้ย ขี้เกียจเขียนแล้วอะ... เอาเป็นว่ามื้อกลางวันเลี้ยงบุฟเฟต์อาหารนานาชาติ (เห็นอยุ่ไม่กี่ประเทศ แต่ก้อโอน่ะ...) กินไปนิดเดียวเอง เนื่องจากนอนดึก ระบบร่างกาย
    เลยแปรปรวนๆ หิวไม่ตรงเวลา แล้วก็อิ่มเร็วบอกไม่ถูก กินไม่คุ้มเลยอะ เอาไว้พรุ่งนี้แก้ตัว หุหุ แต่ว่าเค้กไม่เลวเลยอะ กินไปหลายแบบเหมือนกัน แต่แบ่งๆกันกินกะอาร์ต
    ...อาร์ตก็กินแบบสมเป็นอาร์ตอะ อิอิ... โดยรวมก็ถือว่าดี เพราะมันฟรี~
     
    Chapter 08 - The Refinery
    บ่ายก็ตามฟอร์ม ง่วงงืด... แต่พี่ HR ก็พยายามมีกิจกรรมแก้ง่วงมาให้ทำ โดยการให้หนังสือพิมพ์มาตั้งนึง กับลูกเทนนิสหนึ่งลูก ให้เอามาสร้างหอกลั่นที่สูงที่สุด โดยวัดจาก
    ความสูงของลูกเทนนิส ก็สนุกดีนะ คิดหลายวิธีอยู่เหมือนกัน บ้างก็เข้าท่า บ้างก็ไม่เข้าท่า แต่ก็ลองผิดลองถูกไปเรื่อยๆ ผิดคาดอย่างนึงตรงที่ปกติแล้วพวกเกมสร้างตึกเนี่ย
    มันจะต้องมีภัยธรรมชาติ คือพี่จะแกล้งเอาพัดมาพัดหรือว่าทำแผ่นดินไหว เพื่อทดสอบความแข็งแรงของหอคอย แต่ว่าคราวนี้ไม่มีแฮะ รู้งี้ไม่สร้างแข็งแรงก็ดีหรอก บู่วววว...
     
    Chapter 09 - ExxonMobil History
    ไม่รู้จะเรียกช่วงนี้ว่าอะไร คือมันเกี่ยวกับ Exxon's business และ BSC concept ครับ BSC เนี่ย ย่อมาจาก Business Support Center คืออธิบายว่าธุรกิจของ Exxon
    เนี่ยมันแบ่งเป็นอะไรบ้าง Upstream, Downstream เป็นต้น ส่วนไหนกำไรเป็นยังงัย แล้วก็ทำไมถึงมาตั้ง Business Support Center ที่เมืองไทย... ง่ายนิดเดียว
    ค่าแรงถูก!! ...
     
    Chapter 10 - Capital Club
    หลังเลิก ก็ไปเยี่ยมชมฟิตเนส Capital Club ที่อยู่ใกล้แสนใกล้กับโรงแรมเดวิส (แต่มันไม่ใกล้ที่ทำงานนี่หว่า... เซ็ง) ข้างในหรูอย่างมากมายเลยทีเดียว เข้าเล่นได้เต็มที่
    55 คน ถ้ามากกว่านั้นโดนไล่กลับบ้านเลย แหงะ... พี่ที่นั่นก็พาเดินทัวร์ทั่วๆ fitness ข้างในมันค่อนข้างจะครบวงจรเลยแหละ ลู่วิ่งยังมีทีวีให้ดูเลย เทพจริงๆ สระว่ายน้ำ ห้องซาวน่า
    นวดก็มี แต่เสียตังค์นะ... หรูดีนะ คุยกันไว้ว่าจะมาเล่นก่อนหมด Orientation 555+
     
    จรบ~
     
    ป.ล. ไม่บอกก็คงไม่รู้ว่า Chapter 06 มีอยู่ 2 อัน...
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    ป.ล.2 ล้อเล่นน่ะ... 555+
     
    February 04

    TOEIC ระทึก

    18/01/51: TOEIC ระทึก

                    หลังจากการสอบ TOEIC เมื่อครั้งที่แล้ว ผลการสอบไม่ประทับใจจอร์จนัก เนื่องจากไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย คะแนนที่ออกมาเลยได้ 745 ซึ่งอันนั้นยังไม่เท่าไหร่ ดันได้ Listening น้อยกว่า Reading… เจ็บใจ Max!! เลยคิดว่าจะต้องอ่านไปล้างแค้นซักครั้ง และแล้ววันนี้ก็มาถึง...

                    สอบโทอิก เวลาบ่ายโมง... มาถึงก่อนสอบอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงนะคะ” – พนักงานรับจองโทอิกกล่าว ... นี่มันปาเข้าไปเที่ยงตรงแล้วครับที่ผมได้ฤกษ์ออกจากบ้าน นั่ง Taxi ไปขึ้นรถไฟฟ้าที่สถานีหมอชิต เพราะคิดว่าใกล้บ้านที่สุดแล้ว ปรากฏว่าวันนี้รถติด!!! ไปถึงรถไฟฟ้าเวลาประมาณเที่ยงยี่สิบ... เริ่มถอดใจแล้วครับ เนื่องจากเท่าที่จำความได้ ถ้าเป็นรถใต้ดินนั่งสุดสายไปสุดสายซัดไปประมาณครึ่งช.ม. แล้วรถไฟฟ้าล่ะ... ต้องนั่งจากหมอชิตไปอโศก จะซัดไปกี่นาที แล้วที่สอบก็ยังอยู่ลึกเข้าไปในซอยขนาดที่ว่าถ้าเดินเฉยๆ เป็นสิบนาทีกว่าจะถึง ตอนนั้นนี่นั่งนับเวลาเป็นวินาทีเลยว่าใช้เวลาเดินทางแต่ละสถานีนานกี่วินาที ประตูเปิดกี่วินาที 555+            เรียกได้ว่าโชคช่วยจริงๆ ที่ไปถึงอโศกก่อนเวลาสิบนาที แล้วตัดสินใจนั่งมอไซค์เข้าไป ไม่งั้นคงไปไม่ทันสอบแหงๆ

                    นั่งรถมอเตอร์ไซค์ระทึก เพราะว่าวันนั้นแบกไปทั้งกระเป๋า และโน้ตบุ๊ค เสียวมาก กลัวไปเกี่ยวอะไรแล้วตกรถสุดๆ ถ้าไม่รีบจริงๆนี่ไม่คิดจะนั่งเด็ดขาด มอเตอร์ไซค์เนี่ย ไปถึงก็ราวๆสามสี่นาทีก่อนเริ่ม รีบพุ่งขึ้นไปที่เคาท์เตอร์เลย ทันเวลาหวุดหวิด ตอนเข้าห้องสอบยังไม่หายเหนื่อยเลย เฮ่อ... สอบครั้งนี้ตอนแรกคิดว่าไปลองเชิงละกัน เพราะว่าสุดท้ายแล้วงานก็เยอะ ได้เตรียมตัวนิดเดียวเอง อ่านแกรมม่าไปเกือบๆครึ่งเล่มเอง แล้วก็ทำ listening test ไปรอบนึงเท่านั้น ปรากฏว่าคะแนนออกมาเป็นที่น่าพอใจแฮะ ได้ 915/990 ^^ ก็เลยคิดว่าไม่อยากไปสอบละ ขี้เกียจ เด๋วคะแนนน้อยกว่าเดิม 555+

    IM-Worm: Bropia.L

    16/01/51: Bropia.L

                    วันนี้เป็นวัน present project วิชา Security ซึ่งกลุ่มเราต้องทำเรื่อง หนอน Bropia ซึ่งเป็นไวรัสคอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่ส่งตัวเองผ่านทางโปรแกรม chat หรือที่เรียกว่า IM (Instant Messaging) เช่น MSN ที่วัยรุ่นแทบทุกเพศทุกวัยต้องมีไว้ใช้ทุกคน เจ้าหนอนตัวนี้จะทำให้เกิดผลกับคอมพิวเตอร์หลายอย่าง ตั้งแต่ปล่อย Spy Bot ที่ทำให้เครื่องเราเกิดความผิดปกติ เช่น ไม่สามารถที่จะคลิกขวาได้ หรือว่าไม่สามารถที่จะเปิด Command Prompt รวมทั้ง Task Manager ขึ้นมาได้ ทั้งนี้ ตัวมันเองก็ไม่ค่อยได้ทำอะไร นอกจากเพิ่มจำนวนเรื่อยๆแล้วก็ส่งตัวเองผ่านทาง MSN Messenger ไปหาผู้ใช้งานอื่นๆที่กำลังออนไลน์อยู่ในขณะนั้น

                    เวลาที่มันส่งตัวเอง จะส่งไปในรูปของไฟล์ที่มีรูปแบบเป็น .pif ซึ่งย่อมาจาก Program Information ซึ่งเจ้าไฟล์ format นี้จะทำงานผ่าน shell execute เช่นเดียวกับไฟล์ .exe จึงสามารถเป็นช่องทางให้เหล่าวายร้ายส่งไฟล์ที่เป็น executable file มาให้รันในเครื่องเราอย่างสนุกสนาน ไอ้เจ้า Bropia.L นี้จะส่งตัวเองผ่านทาง MSN โดยส่งไฟล์ .pif มาพร้อมกับมีข้อความเช่น Oh, this is you!! หรืออะไรประมาณนี้ ให้คนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ รับมา แล้วเปิด พอเปิดปุ๊บก็จะมีรูป sexy ขึ้นมาหนึ่งรูป พร้อมกับเจ้าหนอนก็ยึดครองเครื่องไปเรียบร้อยแล้ว ไม่นานหลังจากนั้นมันก็จะก๊อปปี้ตัวเองไปตาม directory ต่างๆในเครื่อง แล้วเมื่อมันเริ่ม settle แล้วก็จะส่งตัวเองผ่าน MSN ของเราต่อไป

                    แต่เนื่องจาก MSN ในปัจจุบันได้ทำการบล็อกไม่ให้มีการรับส่งไฟล์ .pif แล้วเนื่องจากเจ้าไวรัสประเภทนี้เคยแพร่ระบาด (รู้สึกว่าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ติดไวรัสแบบนี้เป็นอันดับสองของโลก น่าภูมิใจไม๊ครับ?) เลยไม่อนุญาตให้รับส่งไฟล์แบบนี้อีกต่อไป ตอนทำก็เลยลองหา MSN Messenger version ที่เก่าที่สุดที่สามารถจะ Sign In ได้ (เพราะว่า version ต่ำกว่า 6.2 จะไม่อนุญาตให้ Sign In ต้อง upgrade เป็น version 7.0.0820  ก่อน) ซึ่งที่หามาได้คือ version 7.0.0816 ซึ่งสามารถหลอก server ได้ว่าเป็น version 7.0.0820 แต่ก็ไม่ช่วยอะไร เพราะว่า Microsoft ได้บล็อกการรับส่งไฟล์ format นี้ไปเรียบร้อยแล้ว

                    อีกหนทางหนึ่งที่ลองก็คือ Windows Messenger เนื่องจากรู้สึกว่า Windows Messenger เนี่ยมันโง่มากๆ เพราะฉะนั้น มันควรจะไม่บล็อกนู่นบล็อกนี่ และจาก Interface ที่เห็นแล้ว ก็รู้สึก (ไปเอง) ทันที ว่ามันต้องห่วยกว่า MSN 7.0.0816 แหงๆ ลองส่งไฟล์ .pif ดูปรากฏว่าไม่มีอะไรฟ้องขึ้นมาตอนส่งจริงๆด้วย!! แต่ที่ไหนได้... ฝ่ายรับไม่เห็นว่าฝ่ายผู้ส่งนั้นส่งอะไรมา... ลองส่งไฟล์ .pif พร้อมกับ .txt แล้วก็พบว่า .txt เท่านั้นที่ขึ้นที่ฝ่ายรับ แสดงว่ามันก็บล็อกอยู่ดี...

                    จริงๆไวรัสรูปแบบนี้ก็มีให้เห็นในปัจจุบันนี้อยู่ คือไอ้เจ้า pic.zip ยอดนิยม ที่ติดกันระนาว แสดงให้เห็นถึงความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของคนไทยอย่างยิ่ง สังเกตจากใน list MSN ของท่านจะพบว่า มีคนหลายคนที่พยายามจะส่ง pic.zip มาให้ท่าน แต่จริงๆแล้วเค้าเหล่านั้นไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย มันส่งของมันเองครับผม ฉะนั้นก็ต้องระวังไว้ให้ดี เพราะว่าถึงการกำจัดจะไม่ยากมากมายนัก แต่ว่าความเจ็บใจที่พลาดเนี่ย มันเยอะครับ หุหุ 
    January 25

    ขำๆ

    > >1.เธอกำลังอ่านข้อความของฉัน
    ..
    ..
    > >2.เธออ่านข้อ1จบไปแว้ว
    ..
    ..
    > >3.เธอกะลังคิดว่ามันฮายังงัย
    ..
    ..
    ..
    > >4.เหมือนเธอจะโดนหลอก
    ..
    ..
    > >5.เธอเริ่มคิดว่าจาด่าฉันยังไง
    ..
    ..
    > >6.เธอเครียด
    ..
    ..
    > >7.เธอเครียดมากๆ
    ..
    ..
    > >9.เธอเครียดสุดๆโคตรๆ
    ..
    ..
    > >10.เธอเครียดจนเธอลืมดูว่าไม่มีข้อ8
    ..
    ..
    > >11.เธอหันไปดูว่าไม่มีจิงป่าว
    ..
    ..
    > >12.เธอเลื่อนกลับมาอีกแล้ว เหอๆ
    ..
    ..
    > >13. เธอเริ่มเลื่อนลงแล้ว
    ..
    ..
    > >14. เธอเลื่อนลงอย่างเร็ว อย่างเร็ว
    ..
    ..
    > >15. และก็ เร็ว เร็ว......
    ..
    ..
    ..
    ..
    > >16. เร็วมาก ๆ
    ..
    ..
    ..
    > >17. เร็วจนไม่รู้ว่าข้อ 13 นั้นมี 2 ข้อ....
    ..
    ..
    ..
    ..
    > >18. แล้วเธอก็ย้อนกลับไปดูอีกครั้ง
    ..
    ..
    ..
    > >19. เธอโดนหลอกเต็มๆ ข้อ 13 มีอยู่ข้อเดียว
    ....
    ..
    > >20. เธอส่ายหัวไปมา...คิดในใจว่า มันเอาข้อความบ้าไรให้ตูอ่าน ฟร่ะ.....
    ....
    ..
    > >21. ไม่มีสาระอะไรเลย....
    ..
    ..
    > >22. แต่ก็ยังทำให้เธออ่านมันมาถึงตรงนี้....
    ..
    ..
    > >23.นั่นแน่!!เธอแอบยิ้มๆ , หัวเราะหน่อยๆ
    ..
    ..
    > >-- "บางทีความสมบูรณ์แบบของชีวิต ก็ไม่ได้อยู่ที่ความเร็วของการเดินทาง
    > >แต่อยู่ที่เราสนุกกับการเก็บเกี่ยวความสุข ระหว่างการเดินทางต่างหาก..."
    January 07

    วันขยันกับคนขี้เกียจ

         วันนี้ และตอนนี้ คือเช้าวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่เป็นวันเริ่มต้นการทำงานของแต่ละสัปดาห์ เป็นวันที่สดชื่นสำหรับทุกคน (เหรอ?)
    ข้าพเจ้าก็เลยถือโอกาสนี้ออกมาพร้อมคุณแม่ตอนเช้า เพื่อมายังหอสมุดกลาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยด้วยมุ่งหมายว่าจะได้ใช้เวลา
    อันมีค่าเพื่อกระทำประโยชน์ใดซักอย่างหนึ่งประดับไว้ในโลกา... และขณะนี้ก็ปาเข้าไปตั้งเกือบ 10 โมงแล้ว แต่ผมยังไม่ได้ทำอะไร!
         มาถึงก็นั่ง check mail ดู multiply ดู youtube... อืมมม.... เป็นสาระจริงๆ ฮ่าๆ แต่ก็ยังดีกว่านอนน้ำลายยืดอยู่บนเตียงล่ะมั้งนะ
    อย่างน้อยกยังได้ลืมตามาดูโลกก่อนเที่ยงวัน ซึ่งก็อเป็นประสบการณ์ที่ดี และนานๆทีจะได้สัมผัส (เฮ้ย! ขนาดนั้น!?) วันนี้ตั้งเป้าไว้ว่า
    จะต้องทำงานอะไรซักอย่างให้เสร็จไปซักงาน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ตามเป้ารึเปล่า อาจจะตามเป้าแบบที่ว่า เป้านำไปไกลแล้ว ผมตามอยู่
    อืมม.... ง่วงแฮะ กินข้าวเที่ยงแล้วต้องหลับอีกแหง แต่จะไม่กินก็ไม่ดี เด๋วโรคกระเพาะถามหา เป็นผลเสียต่อสุขภาพอีก ไม่ดีๆ
         ทำไมรู้สึกเหมือนพิมพ์ไปตั้งเยอะแยะแล้วมันเพิ่ง 7 บรรทัดเองล่ะนี่ อารายกาน ยืดดด ยืดดด ยืดดด ยาวๆหน่อย journal จะได้
    ไม่น่าเกลียด ไม่งั้นเขียนสั้นๆเด๋วอาจารย์ท่านจะนึกว่าเรามาปั่นเอาคืนก่อนส่งเหมือนเพื่อนหลายๆคนที่อ่านอยู่ตอนนี้!! โดนใช่ไม๊ล่ะ!! 55+
    จริงๆอาทิตย์ที่แล้วอัพไปแค่ทีเดียวเอง เด๋วต้องไปย้อนเขียนอีก 2 วันนะนั่น แย่จริงๆ ไม่ได้จดอะไรไว้ด้วย เวลานึกว่าทำอะไรบ้างมันช่าง
    ลำบากเสียนี่กระไร แถมเวลามันผ่านไปนาน จะนึกอะไรมาเขียนมันก็ไม่สดใหม่เหมือนเพิ่งประสบมาจริงๆ ไม่งั้นเค้าจะเขียน diary กัน
    ไปทำไมล่ะเนอะ ก็เพราะมันดีกว่าจำไงล่ะ สวรรค์รำไร blogผมสดใหม่~
        สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์แห่งกีฬามหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นผมก็จะได้หยุดอย่างสบาย~ ..ซะที่ไหน!! ถ้าอยู่ปีอื่นก็คงจะใช่ สบายจริง ไปเที่ยว
    นอนพักผ่อน อะไรตามอัธยาศัย แต่นี่ไม่ใช่ ผมอยู่ปี 4 แล้ว งานตรึมเลยโรบิน แถมยังมีนัดสัมพาดงานพรุ่งนี้อีกต่างหาก จอร์จ...
    พอละไม่มีอะไรจะอัพละ เอาไว้ติดตามต่อฉบับหน้าละกันนะครับ อย่าลืม motto นี้ล่ะ
    "เห็นแก่ตัวน้อยลง เห็นแก่คนอื่นมากขึ้น"
    นะจ๊ะ... จบข่าว  
    January 01

    The Snow Queen

         เรื่องของเรื่องเกิดจากที่มี่อยากดูหนังเรื่องนี้ ผมเลย download จาก bit torrent มาให้เมื่อหลายสัปดาห์ที่แล้ว.. เป็นเดือนแล้วมั้ง
    จนมาเมื่อสองวันก่อนนี้ผมคิดว่าเนื้อที่ฮาร์ดดิสก์ผมเริ่มเหลือน้อยเต็มที ผมจะทำอย่างไรกับหนัง 30 GB เรื่องนี้ดีนะ? แล้วผมก็ลองเปิดดู
    ตอนที่ 7 เพื่อดูว่านางเอกหน้าตาเป็นอย่างไร อารมณ์ของหนังเป็นอย่างไร แล้วผมก็เผลอดูไปจนถึงตอน 11... วันถัดมา... ผมเริ่มใหม่จาก 1
    และวันนี้ ผมดูจบตอน 16 เรียบร้อยแล้ว... ตอนนึงก็ยาวประมาณ 1 ช.ม. เท่านั้นเองครับ ^^" ดูเสร็จก็มีความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในใจ...
     
    "ผมชอบหนังเกาหลี"... เพราะหนังเกาหลีมีเนื้อเรื่องที่ไม่เหมือนละครไทย... เพราะหนังเกาหลีมีเพลงเพราะประกอบทั้งเรื่อง นักแสดงเก่ง
          แต่...
    "ผมเกลียดหนังเกาหลี"... ไม่ใช่เพราะว่ามันไม่ดีหรอก แต่คงเป็นเพราะผมเองที่ sensitive มากไป ผมกินข้าวไม่ลง ผมซึม...
     
         แม้ว่าผมจะไม่ใช่คนที่เสียน้ำตากับอะไรง่ายๆ ผมไม่เคยร้องไห้เวลาดูหนัง แต่รู้ไม๊ว่า ผมรู้สึกว่าถ้าร้องไห้ออกไปได้ มันก็คงจะดี?
    หลายต่อหลายครั้งที่ผมดูหนังที่ตอนจบค้างคาใจ หรือว่าจบเศร้า ผมจะซึมเศร้า... กินข้าวไม่ลง... และไม่มีอารมณ์จะเล่นอะไร...
    จริงๆมันก็อาจจะเรียกได้ว่า คนทำหนังทำได้ดี คนดูเลยอินมากไปหน่อย แต่ไม่รู้สิ ผมไม่ชอบเลยที่เป็นแบบนี้ ทำไมผมต้องเศร้าด้วย
    แม้ว่าผมจะไม่ร้องไห้ แต่ไม่ได้แปลว่าน้ำตามันไม่ได้เอ่อขึ้นมานี่นา... แล้วเมื่อหนังจบ ผมก็จะหาเพลงประกอบหนังมาฟัง และพยายาม
    หาโน้ตเพลงมาเล่น ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน... แต่ดูเหมือนคราวนี้ผมจะหาโน้ตเพลงมาได้ไม่ง่ายนัก คงต้องใช้เวลาซักพัก ไม่เหมือนกับเรื่อง
    Secret ที่สามารถหาโน้ตมาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เพราะบังเอิญ search เจอ แต่คราวนี้ยัง... อาจจะลองแกะเอง? ผมไม่ว่างขนาดนั้น
    (แต่ว่าง 16 ช.ม. นั่งดูได้นะเนี่ย... ก็นี่มันปีใหม่!! ผิดตรงไหน?)
     
         ตลกไม๊นะ ที่เป็นผู้ชายที่อารมณ์แบบนี้? นี่คงจะเป็นอีกด้านนึงของผมมั้ง ฮ่าๆ... ตอนนี้ผมเพิ่งดูหนังเกาหลีเรื่อง Snow Queen จบล่ะ
    มันทำเวลาปีใหม่ของผมสองสามวันหมดเกลี้ยงไปเลย 555+ เมื่อคืนดูเพลินถึงกับนอนตีห้า แถมนอนไม่หลับอีกต่างหาก ตื่นเที่ยงมาก็ดูต่อ
    จบเมื่อกี๊ ราว6โมง แต่ผมชอบนะ... ดูหนังพวกนี้ทำให้ผมมีความสุข ทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตมีอะไรมากมาย แล้วเราก็สามารถรับรู้ถึงมันได้โดยใช้
    เวลาเพียงสองวัน... ผ่านจอคอมพิวเตอร์สี่เหลี่ยมผืนผ้านี้... เรื่องราวความรักของคนสองคน มันช่างมีอะไรมากมายจริงๆ...
     
    ตอนนี้ผมกำลังนั่งฟังเพลง OST ของหนังเกาหลีเรื่อง Snow Queen อยู่ และกำลังซึมเศร้าอยู่เช่นกัน หวังว่าวันนี้ผมคงทำงานอะไรได้บ้าง
    เพราะอารมณ์แบบนี้ สมาธิดีกว่าอารมณ์ปกติเยอะ... เพียงแต่มันเศร้าเท่านั้นเอง เฮ่อ... ผมไม่เป็นอะไรหรอก พรุ่งนี้ก็หาย...
     
    "สรุปว่าผมชอบหรือเกลียดหนังเกาหลี?"...
     
     
     
    ป.ล. ไม่ได้อัพบล็อกซะนานเลย... แล้วต้องไปปั่นวันก่อนส่ง Creative Journal ไม๊นะ... ไม่ล่ะ ทยอยปั่นย้อนหลังดีกว่า...
    ป.ล.2 สวัสดีปีใหม่ครับ :)
    December 22

    น้ำหนักขึ้น อึ้ง ทึ่ง เสียว!!

         กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!! น้ำหนักขึ้นค๊าบบบบ จริงๆมันก้อไม่แปลกหรอกมั้งถ้าน้ำหนักขึ้น
    เพราะร้านน้ำปั่นครุที่รักดันมาเปิดอยู่ตรงวิดวะ... แถมเป็นบริเวณที่ผ่านทุกวันอีกตะหาก!! โอ้ว จอร์จ.. ก็เลย... แหะๆ
    กินทุกวัน -_-! วันละแก้ว อร๊ากกก นี่ขนาดไม่กินวิปครีม น้ำหนักยังขึ้นเลย งี้เด็กวิดวะอีกหน่อยหุ่นจะเหมือนเด็กครุรึเปล่า
    555+ ล้อเล่นน้า... น้ำหนักขึ้นนั้นก็ยังดูเป็นประเด็นที่ไม่ยิ่งใหญ่นัก เมื่อเทียบกับรายละเอียดที่ว่า มันขึ้นมาถึง 76!!!!
    อร๊ากกกกกก!!! จริงๆแล้วมันก็ยังไม่ 76 ดีหรอก 75ปลายๆ แต่เพื่อนๆรู้ไม๊ว่า ในช่วงชีวิต 21 ปีกว่าๆที่ผ่านมา น้ำหนักที่
    maxที่สุดของผมก็คือ 76 T^T!!!! ไม่นะ "76, I'm reaching you..." ไม่ ไม่ ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยย
         แต่ก็แปลกอย่างนึงที่ปกติเวลาอ้วนขึ้นเนี่ย น้ำหนักจะไม่ค่อยเพิ่มเท่าไหร่ หรือไม่ก็น้ำหนักเท่าเดิมเลย แต่อ้วนขึ้น
    ครั้งนี้มาแนวใหม่ อ้วนขึ้นด้วย น้ำหนักขึ้นด้วย ตึง...! ไม่ใช่ๆ ครือ... ไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ... แต่.. แบบว่า... รู้สึกว่า
    ไม่ค่อยอ้วนขึ้นเท่าไหร่อะ เทียบกับน้ำหนักที่ขึ้นมามากมายนี้ แหะๆ... ปกติหน้าต้องออกมาก่อนนะ.. (แล้วนี่ไม่ออกเรอะ?)
    ตั้งแต่วันจันทร์นี้ไป คงต้องไป fitness บ่อยๆแล้วล่ะครับ... เลิกกินของอ้วน... ไม่กินขนมตอนดึกๆ... T^T เมื่อวานเผลอ
    แป๊บเดียวซัดคาราด้าไปตอนเที่ยงคืนเกือบหมดห่อ TTwTT~ ฮือๆ... สมควรแล้น...
         หลังจากบ่นเรื่องงานไปเมื่อสองวันก่อน รู้สึกว่า มันไม่หมดแค่นั้นแฮะ ยังมี Circuit ที่ต้องทำรายงาน และมีไอ้งานแข่ง
    HSBC ที่ต้องทำ business plan อีก ไหนจะซ้อมเปียโนอีก แล้วก็มี job พิเศษ ช่วยพี่แนนทำเวบ แต่ว่าห้ามมาอ่านแล้วมา
    เกรงใจนะ โกดจริงด้วย แง่มๆ... ทั้งนี้ทั้งนั้นงานพวกนี้ก็ยังมีเวลาทำอีกเยอะเหมือนกัน เพราะว่าช่วงสอบอาทิตย์หน้า เทอมนี้
    สุดสบาย ไม่มีสอบอะไรเลย ลัลล้า~ ก้อเลยถือว่าว่างสบายหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ และหลังจากนั้นก็มีหยุดปีใหม่ 1 2 มกรา และกีฬา
    มหาลัยอีกสัปดาห์นึง โอ้ว ว้าว~ สวรรค์รำไร เอ็มเคสดใหม่... ถ้าไม่มีงานเยอะขนาดนี้ชีวิตเทอมสุดท้ายของจุฬาคงมีความสุขน่าดู
    เนอะเพื่อนๆที่ลงเรียนน้อยๆ... TTwTT แต่ว่าจะมาสำนึกเสียใจที่ลงเรียนเยอะตอนนี้ก็ไม่ได้ เราต้องสู้ต่อไปเท่านั้น เพื่อเกียรตินิยม
    ที่จะช่วยให้เราได้งาน ได้เรียนต่อ อย่างสบายๆ... เฮ่อ... สู้ต่อไป ทงคัทสึ!
         วันนี้วันเสาร์ พ่อแม่ก็ไปบ้านระยองเช่นเคยตั้งแต่เมื่อวานเย็น ก็เลยต้องอยู่บ้านเดียวดาย กับน้า ยาย และพี่เลี้ยง ตื่นมา 9 โมง
    เพราะตั้งปลุกไว้ เกือบทำใจจะตื่นได้แล้ว แม่ก็โทรมาปลุกพอดี แต่ไม่รู้ทำไม รู้สึกตัวอีกทีก็สิบโมงครึ่งเพราะไอ้ใหม่โทรมา ฮ่วย...
    ทำไมนอนกินบ้านกินเมืองขนาดนี้นะ ถึงเวลาที่จะต้องตั้ง affirmation กับตัวเองแล้วว่า จะตั้งใจลุกจากเตียงตั้งแต่ตอนตื่นครั้งแรก
    ไม่งั้นเสียเวลาในชีวิตไปมากมายจริงๆ แต่ช่วงบ่ายๆอย่างนี้มันช่างชวนขี้เกียจเหลือเกิน อยู่บ้านไม่ค่อยจะได้งานอะไร ต้องปฏิวัติ
    ตัวเองใหม่แล้ว เพื่ออนาคต!!
    December 21

    งาน กำลังจะหมุนมา กำลังจะหมุนมา

         ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ รู้สึกไม่ค่อยสดชื่นเลย วันๆเนี่ย อาจจะเป็นเพราะเริ่มรู้สึกได้ถึงงานที่กำลังวิ่งไล่กวดตามหลังมา
    อย่างกระชั้นชิดราวสัตว์ป่ารกชัฏที่หิวกระหายมายาวนานนับสิบปี... งานที่ว่านี่มันช่างเยอะมากมายเลยทีเดียว แค่คิด
    ก็เครียดขึ้นมาและเหนื่อยล้าเช่นทหารที่ผ่านศึกสืบสายมาหลายสนามรบแต่ไม่จบแค่นั้น...ยังต้องเรียนโทเฟลอีกตอนเย็น
         วันนี้ก็เป็นวันแรกอีกครั้งที่เรียนโทเฟล คราวนี้ถึงเวลาของ Writing Course เสียทีหลังจากดองมา นับเวลาได้
    เกือบพรรษาหนึ่งแล้ว... ไปเรียนเจอต๊อบด้วย อาจารย์ก็ยังขรึมแต่ตุ๊ดแตกเวลาสอนเช่นเคย แต่อาจารย์สอนดีนะ ฮ่าๆ
    ระหว่างเรียนโทเฟล ตาหวัดก็โทรมาบอกว่าเลิกเรียนแล้วให้โทรไปหาในบัดดล หลังเลิกเรียนก็เลยโทรไปหา ก็โดนต่อว่า
    ว่าไม่ยอมบอกก่อนล่วงหน้านานเกิน 1 วัน ว่าพี่ๆนัดคุยงาน... กรูขอโทด...TT^TT~ ไม่นึกว่าพี่เค้าจะโทรไปก่อนง่ะ แงๆ
    แต่ตาหวัดก็ให้อภัยเพราะว่านี่เป็นครั้งแรก ฮ่าๆ โพธิสัตว์ทนได้สามครั้งใช่ไม๊เพื่อน หวังว่านายจะเป็นโพธิสัตว์ โฮะๆๆ
         หลังจากคุยกะตาหวัดเสร็จก็รู้สึกว่า... งานนี่มันช่างมากมายจริง เกียรตืยมที่ดูดีกว่าเกรียนนิยมที่ถูกบ่มมา 4 ปีจะผลิบาน
    หรือถูกจารย์ทวงคืนอย่างชื่นมื่นเพราะวิชาอื่น A ไม่พอ... โอยยยย... เครียด... ถ้า senior project ไม่ A ทำยังงัย....
    คราวที่แล้วตอน present โดนอาจารย์ชูชีพเขม่นด้วย เพราะไม่ได้เตรียม present ไปเท่าไหร่ อาจารย์เลยนึกว่าไม่ทำ...
    อะไรกันว้า.... เฮ่อ... ถ้า senior project ไม่ได้ A อยู่คนเดียว ผมจะทำการอุกอาจอะไรซักอย่างที่คาดไม่ถึงให้ดู...ฮึ่ม...
         นอกจาก senior project ที่ interface ยังไม่คืบหน้าแล้ว ก็ยังมี animation ที่ต้องถ่ายทำหนังแต่ยังวางโครงเรื่อง
    ไม่เสร็จดีซักที วันนี้ตอนกลับมา ดูเป็นต่อเสร็จ ก็เลยลากเหล่าสมาชิกกลุ่มเข้ามาคุยให้สรุปเนื้อเรื่องได้จนได้... หลังจากนี้
    ก็แค่เขียนscript คิดมุมกล้อง หานักแสดง ถ่ายทำ ทำโปรแกรม และตัดต่อ... อะโห ชีวิต เรียนสายนี้มาซะที่ไหน แต่ขอโทด
    เถอะเพื่อนๆ พวกนายและพวกเธออาจจะคิดผิดก็ได้ที่มาอยู่กับเรา เราไม่ชอบทำงานแบบขอไปทีครับ... ถ้าจะทำด้วยกัน
    ต้องทำให้ดี นะจ๊ะ :)
         อีกอย่างนอกจาก anime ก็คือ security ซึ่งยังไม่ได้วางแผนหรือหาข้อมูลใดๆเลย แล้วได้ข่าวว่า present กลุ่มแรก
    อยากจะลองดูจริงๆว่าถ้าไม่ทำอะไรเลย รอเวลาไปเรื่อยๆ จะมีใครที่เริ่มต้นทำขึ้นมาไม๊ แต่คิดไปคิดมา อย่าดีกว่า.. ไม่คุ้มเกรด
    เลยต้องมานั่งคิดว่าต้องทำอะไรอีกบ้าง ซึ่งเยอะมากมาย และไม่รู้ว่าจะรวมกลุ่มคุยยังงัยเพราะไม่ใช่คนสนิทซักเท่าไหร่
    ค่อนข้างเครียดเหมือนกันนะเนี่ย แต่จะพยายามละกัน ฝึกบริหารคนเนอะ...
         creativity ของขวัญปีใหม่ก็ยังไม่ได้ทำ ตกลงว่ามี่จะมาทำด้วย ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด เพราะว่าเดิมจับกลุ่มกับอาร์ตกับเปิ้ล
    ทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาโปรเจคก็ดู reasonable ดีแล้ว อาจจะเพราะว่าเราต้องทำเดี่ยวมั้ง เลยสงสาร มาทำด้วย แต่จริงๆอยากจะ
    บอกว่า ไม่ต้องหรอก เราทำเองได้ ถ้าทำกะเปิ้ลอาร์ตแล้ว happy ดี เราก็โอเคนะ ปัญหาคือทำอะไรดีแค่นั้นแหละ ไม่อะไรหรอก
    แต่ยังงัยก็ขอบคุณนะคับ ที่ไม่ทิ้งกัน :)
         นอกจาก creativity แล้วก็ยังมีงานยิบย่อยจากวิชา Intro Rec และ Spoken Conmm อีก.. วิชา intro rec เค้าให้
    ไปทดสอบร่างกายกับ สสส. ที่มาจัดที่แถวจุฬาฯ แต่ตอนนั้นที่มาจัดที่พาราก้อน เราก็ลืมเลยไปไม่ทันหมดเขตมัน คราวนี้อาจารย์
    บอกว่าให้ไปศูนย์กีฬาในร่ม ทดสอบได้ถึงพรุ่งนี้ ตอนเย็นวันนี้ก็เลยไปถาม ปรากฏว่าเค้าบอกว่ายกเลิกที่นี่ จะไปจัดที่เดียวตอน
    road show ตามคณะต่างๆเลย... อะไรว้า... อาจารย์เพิ่งบอกวันนี้ มันก้อยกเลิกแล้ว ซวยจริงๆ เลยไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนเมื่อไหร่เลย
    เซ็งเป็ด เซ็งไก่ เซ็งปลาไหลกินน้ำแกง...
         spoken comm ก็ต้องไป Tracking Farang.. กับหาประเทศแปลกๆมา present อีก... โอ๊ยยยยยยย เยอะจังเลย
    แต่เราจะไม่เป็นตัวถ่วงเพื่อนๆในกลุ่มเด็ดขาด ผมจะไม่ยอมทำอย่างที่ผมเกลียดแน่ๆ ฟันธง!!
     
    ป.ล.ไม่สดชื่น แต่เขียนซะเยอะเลยแฮะ ตลกตัวเอง...
    December 18

    วันเซ็งๆ ผมเกลียดคนไทย

         ทำไมนะ คนไทยบางคน ไม่สิ เยอะมาก ถึงเอาแต่คิดจะตักตวงผลประโยชน์เข้าใส่ตัวเอง
    ไม่เคยคิดจะแบ่งปันให้คนอื่น ไม่เคยสนใจกันจนเวลาที่มีประโยชน์ด้วย ถึงจะมาสนใจ เหอะๆ...
    เมืองไทยเรามันไม่เป็นประชาธิปไตย คนบางพวกเอาแต่ความคิดของตนเป็นใหญ่ ไม่รับฟัง
    ความคิดเห็นของคนอื่น แล้วใครจะอยากรับฟังความคิดเห็นของเค้า? คนไทยบางพวกเอาแต่
    เป็นผู้ตาม ไม่มีความเป็นผู้นำ คอยแต่ให้หัวเรือสั่งเลี้ยว ตนเองจึงจะเริ่มแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้ง
    หรือไม่ก็หลับหูหลับตาทำตามหัวเรือไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ทำไมคนไทยเห็นแก่ตัวอย่างนี้??
     
    "แล้วเมื่อไหร่ ผมจะทำใจมองโลกในแง่ดีตลอดเวลาได้ซักที?"
     
    นี่เป็นคำถามที่ได้ตั้งมาหลายครั้งแล้ว เนื่องจากพอเริ่มจะมองคนในแง่ดี ก็จะเจอเหตุการณ์ประเภทนี้
    ทำให้เสียความรู้สึกทุกครั้งไป เอาเป็นว่าจะพยายามใหม่ก็แล้วกัน แต่คงขยาดไปอีกซักพัก...
     
    <<คำเตือน: เนื้อหาในส่วนต่อไปเป็นการ spoil ผู้ที่ยังไม่เรียน creativity รอบวันอังคารที่18/12/07 แบบเต็มๆ>>
     
         วันนี้เรียนครีเอทิวิตี้ เรียนที่ชั้น 17 อีกแล้วล่ะ เนื่องจากคราวที่แล้วแอร์ที่ตึก 3 ห้องที่เรียนเสีย
    เลยอพยพย้ายถื่นมาที่ห้องนี้ คราวนี้ก็เลยตกกระไดพลอยโจนมาเรียนห้องนี้อีกครั้งเพราะอาจารย์
    ไม่มั่นใจว่าแอร์ที่ห้องเรียนเก่าจะซ่อมเสร็จหรือยัง
         Mind Mapping คือหัวข้อที่เรียนวันนี้ โดยอาจารย์สอนวิธีเขียน Mind Mapping ที่ถูกต้อง
    ตามทฤษฎีของใครไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว รู้แค่ว่าต้องเขียนยังงัยก็พอมั้งเนอะ แต่ทฤษฎีมันก็สุดขั้วไปนิด
    ตรงที่ต้องเขียนตาม syntax เป๊ะๆ เช่น ต้องเขียนบนเส้น อย่าไปเขียนที่ปลายเส้น อะไรอย่างนั้น
    หรือไม่ก็อย่าวาดวงกลมเพิ่มถ้าไม่ใช่ตรงกลาง เพราะมันจะกลายเป็น Concept Mapping ...
    (แป่ว... เขียนผิดมาตลอดจนวันนี้) แต่ Mind Mapping นี่เป็น technic ที่ดีจริงๆ ทำให้เราได้รู้
    ว่าใจความสำคัญและชนิดของ idea ที่เราปิ๊งขึ้นมานั้นอยู่ในหมวดหมู่ใด น่าจะทำให้ความคิดเป็น
    กลุ่มเป็นก้อนมากขึ้นเนอะ ดีจัง
         ตอนอาจารย์ให้แบ่งกลุ่มเขียน Mind Map เกี่ยวกับภาควิชา ก็นึกว่าให้เขียนเป็นทางการ ก็เลย
    ไม่ได้เล่นอะไรเกรียนๆไป ช่างน่าเสียดายเพราะว่ากลุ่มอื่นเล่นกันเต็มที่ทั้งนั้นเลย อะไรไม่รู้โผล่มา
    ให้เต็มไปหมด และด้วยความที่ไอเดียเราไม่ค่อยได้ไปอยู่ใน mind map เท่าไหร่ ก็เลยออกไป
    รายงานด้วยความเอ๋อ... แต่ก็ผ่านไปได้แบบงงๆดี ฮ่าๆ...
     
    พอเหอะ วันนี้ไม่มีอารมณ์เขียนจริงๆ นึกว่าเขียนระบายแล้วจะอารมณ์ดีขึ้นบ้างซะอีก หงุดหงิด
     
    ทำ affirmation ดีกว่า:
    ผมมีความมั่นใจ ผมยินดีเผชิญกับสิ่งแวดล้อมห่วยๆรอบกาย
    December 16

    Today is กุ้งday

         กุ้งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง~  วันนี้พ่อแม่พาไปกินกุ้งที่อยุธยามา ร้านรวยกุ้งเผา ร้านนี้อยู่ริมแม่น้ำบรรยากาศดี
    เคยไปมาหลายครั้งแล้ว แต่ตั้งแต่พ่อป่วยก้อแทบไม่ได้ไปกินข้าวที่ไหนไกลๆเลย วันนี้ได้ฤกษ์ พ่อชวนไปกิน ดีใจๆ ^^
    ตอนแรกมู๋จะให้ไปถ่ายรูปครอบครัวให้ เพราะว่าครอบครัวมู๋อยากถ่ายรูปที่มหาลัยทั้งครอบครัวไว้เป็นที่ระลึก ก็โอเค
    นัดกัน 9 โมง แต่เมื่อตอน 7 โมง มู๋ก็โทรมาบอกว่า สงสัยพี่กับพ่อจะไม่ตื่น แป่ว.. ก้อเลยไม่ได้ไปถ่ายให้เลย >.<
         ตอนออกจากบ้านได้ไม่นาน แม่ก็โทรไปสั่งที่ร้านเลย ว่าเอานู่น เอานี่ แล้วก้อบอกว่าอีก 45 นาทีไปถึง... อืม..
    ใกล้กว่าที่คิดนะเนี่ย แต่ก้อใช้เวลาไปราว 50 นาทีเหมือนกันกว่าจะถึง แต่ก็ถือว่าเร็วแล้วแหละเนอะ
    ร้านยังหน้าตาเหมือนเดิมเลย ต่างไปหน่อยตรงที่พื้นที่เคยเป็นเรือนไม้เค้าราดปูนแล้ว มั่นคงแข็งแรง ไม่ต้องกลัว
    ตกลงไปเป็นอาหารปลาอีกต่อไป ที่นี่มีปลาเสือพ่นน้ำเพียบเลยล่ะ โยนข้าวลงไปให้มันก็แย่งกันใหญ่เลย แต่ไม่กล้า
    โยนซากกุ้งลงไปแฮะ กลัวน้ำเสีย แต่แม่ก็บอกว่าเคยเห็นเวลาเค้าเก็บโต๊ะ เค้าก็โยนลงไปเอง แป่ว...
         เมนูที่สั่งก็มี กุ้ง กุ้ง กุ้ง และ กุ้ง.... จริงๆแล้วไม่ได้เยอะขนาดนั้นหรอก แต่กุ้งเผาที่แม่สั่งมาเยอะมากมาย ประมาณ
    5-6 ตัว ผ่าครึ่งมา ก็ได้ราวๆ 10-12 ซีก แล้วตัวก็ใหญ่ๆทั้งนั้น ถึงตัวที่มันที่หัวเยิ้ม น่ารับประทาน *-* แล้วก็มีกุ้งพล่าอีก
    2 ตัว 4 ซีก... ต้มยำปลาอะไรซักอย่าง ไม่ค่อยได้กิน มัวแต่กินกุ้ง แล้วก้ออีกอย่างคือ... สะเดาน้ำปลาหวาน...
    แม่บอกว่า อยากกิน แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้อยู่ในเมนู เคยมากินแล้วเห็นคนสั่ง  ตั้งแต่นั้นก็เลยสั่งมั่ง แต่ส่วนใหญ่จะ
    ไม่มีสะเดา เพราะไม่ใช่หน้ามัน สะเดาก็รสชาติขมๆ ไม่รู้อร่อยตรงไหน :S
         กินหมดก็อิ่มแปล้เลยคับ ^^ กลับถึงบ้านก็มาอัพบล็อกก่อนเลย ไม่งั้นเด๋วนั่งเฉยๆ แล้วจะง่วงหลับไปแหงๆ
    เฮ่ออออ มีความสุขจริงเชียว~ อร่อยมากมาย ขอบคุนพ่อกับแม่มากนะคร้าบบบบ ไม่ได้ไปกินด้วยกันมานานแล้ว ^^
    หลังจากวันนี้คงเอียนกุ้งไปอีกซักระยะ 555+ ซัดไปเยอะ
     
    ป.ล. งานก็ดองต่อปายยย รูปก็ดองต่อปายยย ซ้อมเปียโนดีก่า เด๋วหลับ
    December 11

    Nodame Cantabile

         มีความสุขจัง... สองวันมานี่นั่งดู Nodame Cantabile ที่ใครๆอาจจะดูไปแล้ว ทั้งหมด 6 แผ่น แผ่นละราวๆ 2 ช.ม.
    นี่ผมเสียเวลาไป 12 ช.ม. หรือนี่... แต่ก็ถือว่าคุ้ม เพราะของเค้าดีจริงๆ ใครยังไม่เคยดูก็ดูซะนะครับ แล้วจะได้ข้อคิดดีๆเพียบ~
    ชอบประโยคที่ว่า "ชั้นจะไม่ให้อภัยคนที่ทำอะไรครึ่งๆกลางๆ" หรืออะไรเนี่ย -_-" จำไม่ได้... มันจริงเลยนะ เพราะว่า ถ้าทำอะไร
    ครึ่งๆกลางๆ สู้ไม่ทำซะดีกว่า เสียทั้งเวลาและความตั้งใจไปเปล่าๆปลี้ๆ แต่หนังเรื่องนี้สนุกจริงๆ >.<~ ชอบค๊าบบบบ
         เมื่อวานไปงาน Pretty Expo... ไม่สิ Motor Expo มา ขอท้าวความไปถึงวันเสาร์ก่อน เนื่องจากวันเสาร์จะมีคอนเสิร์ต
    Love-Is ที่เขาใหญ่ ตั้งแต่หกโมงถึงตีสี่ หรือไงเนี่ย แบบว่ากางเต้นท์นอนฟังเพลงกันเลย (แล้วนักร้องไม่หลับตายกันหมดเหรอ?)
    เด๋วต้องไปถามพี่แนนซะแล้ว อิอิ แต่ได้ข่าวว่าร้องเพลงแรกๆ ไม่น่าจะเป็นไร... ว่าไปก้อเสียดาย ไม่ได้ไป เอ๊ะ เราจะพูดเรื่องอะไร
    อ่อๆ เนื่องจากเหตุนั้นแหละ นายโอม ผู้ซึ่งมีกล้องสุดหรู เลนส์สุดเฉียบ แต่ไม่มีแฟลช -"-.... ก้อเลยมาขอยืมไปตามระเบียบ
    พร้อมกับให้คำมั่นสัญญาว่า "...พรุ่งนี้กรูเอามาคืนก่อนเที่ยง แน่นอน..." ชายชาติโอมกล่าว...
         เมื่อวานตอนสิบเอ็ดโมงก็เลยโทรไป sample ซะหน่อย เผื่อมันไปเที่ยวกับเพื่อนต่อเพลิน ลืมเอา flash มาคืน แต่ปรากฏว่า
    "หมายเลขที่ทั่นเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้..." เวร ปิดมือถืออีก ไม่เป็นไรเอาใหม่ เผื่อสัญญาณหาย ... "หมายเลขที่ที่นเรีย.."
    กรรม... ท่าทางจะปิดเครื่องจริง โห นี่มันถึงขนาดปิดมือถือหนีเจ้าหนี้เลยเหรอเนี่ย =[]=!! แล้วตรูจะได้ไปงาน Motor Expo ม๊ายยยย
         เวลาล่วงเลยมาจนถึงเวลาสิบสามนาฬิกา... ข้าพเจ้าก็ยังคงติดต่อคุณโอมไม่ได้ เลยตัดสินใจโทรเข้าไปที่บ้านมันแทน
    "ฮัลโหล" เสียงผู้ชายคล้ายโอมรับโทรศัพท์ ข้าพเจ้าจึงรีบชักฝีปากพูดไปทันที "ตื่น..." เอ๊ะ เด๋วนะ... เสียงมันไม่ใช่โอมนี่
    "ข..ขอสายโอมครับ" ^^".... แต่เสียงนั้นตอบกลับมาว่า "โอมยังไม่ตื่นเลยครับ" ... นั่นไง ว่าแล้ว ไอ้หม่า... "ช่วยปลุกให้หน่อยครับ"
    สักพักโอมก้อตื่นมารับ "เออ จูน กูตื่นมาบ่ายโมงเห็นมึงยังไม่โทรมาก้อแปลกใจ เลยนอนต่อ" อ่าว ไอห้า... บอกจะเอามาคืนก่อนเที่ยง
    เรื่องเวลานี่ยกให้เลย ไม่เคยตรงจริงๆตาคนนี้... ก็เออ ตื่นแล้วก็เอามาให้ด้วยล่ะ ว่าแล้วก้อเดินกลับมาดูโนดาเมะต่อ~
         เวลาผ่านไปครึ่งช.ม. ไอ้เรายังอยู่ชุดนอนอยู่เลย กลัวว่ามันมาถึงบ้านแล้วออกไปชุดนอนจะน่าเกลียด เลยไปอาบน้ามก่อน พอเวลา
    13.40 น. โอมก็โทรมา.. อะฮ่า! มาถึงแล้วล่ะสิ โชคดีอาบน้ามไว้ก่อน แต่ที่ไหนได้ "เออจูน กูกินข้าวเสดละ เด๋วจะออกไปละ" เวร...
    รอไปรอมาจนถึงบ่ายสองครึ่ง!!!!!! บ่ายสองครึ่ง!!!! -*-.... กว่าจะไปถึงงาน motor expo ก้อเกือบสี่โมงแล้ว แต่ก้อยังนับว่าโอม
    มีประโยชน์อยู่บ้าง ตรงที่บอกว่า ไอ้อาร์คมันอยู่ที่งาน อาจจะขอบัตรฟรีได้ ... ไปถึงก้อเลยโทรหาอาร์คก่อนเลย แล้วก้อได้บัตรฟรีมาสมใจ~
         เดินๆถ่ายๆกันจนถึงสองทุ่ม อาร์คนี่รู้จัก pretty เยอะเหมือนกันแฮะ มีอยู่คนนึง พอเจอหน้าปุ๊บก็ทักเราทันทีว่า "จ่ายค่าบัตรมาด้วย 80"
    น่าน... เอาบัตรมาจากคนนี้นี่เอง... แล้วรู้ได้ไงฟระว่าเป็นเรา =[]=!! สงสัยเห็นเดินมากะอาร์ค (แหงอยู่แล้ว คงไม่ใช่เพราะหล่อแน่นอน)
    สรุปแล้วก็ถ่ายไปได้พอสมควร แต่รูปที่ถูกใจก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่แฮะ ก้ออย่างว่า ถ่ายแค่ไม่กี่ช.ม.เอง
     
    แล้วรูปเหล่านั้นก็เข้าโรงงานดองรูปของเราต่อไป...
     
    แต่ว่าโนดาเมะสนุกจริงๆนะ~
     
    วันนี้ตั้งเป้าไว้ว่า จะจำโน้ตให้ได้หมดทั้งเพลง!! เพลงอะไรก็ไม่รู้ ยากชะมัด TT^TT ทำนองก็ไม่ติดหู งุงิๆ...
    ว่าแล้วก็ไปซ้อมดีกว่า ชะแว่บ~
    December 08

    19 อย่างที่น่าคิด

      19 อย่างที่น่าคิด 

    1. อย่าขับรถเร็วเกินที่เทวดาประจำตัวของคุณบินทันเป็นอันขาด

    2. การแก้แค้นไม่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเหมือนกับดื่มน้ำทะเลเวลาหิวน้ำนั่นแหละ

    3. ความหมายของความสุขขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณอยากให้มันเป็น

    4. "อย่ากลัวความฝันของคุณ: มันง่ายกว่าที่คิด"

    5. นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ทุกๆ 4 คนจะมีคนหนึ่งที่สติเพี้ยน ๆ ลองเช็คเพื่อนคุณสัก 3 คนสิ ถ้าทุกคนปกติดีก็คุณน่ะแหละ

    6. แบ่งปันรอยยิ้มของคุณให้กับทุกคน แต่ให้เก็บจุมพิตให้กับคนเพียงคนเดียว

    7. น้ำตาจะให้คุณก็แค่ความเห็นอกเห็นใจ แต่เหงื่อจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ

    8. สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนี้ไม่ใช่วัตถุ

    9. การออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับจิตใจคือการก้มลงแล้วช่วยคนอื่นให้ลุกขึ้น

    10. คนๆหนึ่งอาจทำอะไรผิดพลาดได้หลายอย่าง แต่มันจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ไปจริงๆ เมื่อเขาเริ่มโยนความผิดไปให้คนอื่น

    11. เรารู้สึกดีที่มีความสำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือเป็นคนดี

    12. มีแต่ปลาตายที่ลอยตามน้ำ

    13. คุณค่าของคน ๆ หนี่งบอกได้จากวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคนที่เขาไม่ต้องการ

    14. เงยหน้าขึ้นรับแสงตะวัน แล้วคุณจะไม่มีวันพบกับเงามืด

    15. คนอ่อนแอเท่านั้นที่ให้อภัยใครไม่เป็นการให้อภัยเป็นคุณสมบัติของผู้เข้มแข็ง

    16. ในโลกนี้ไม่มีคนแปลกหน้าสำหรับเรา มีแต่เพื่อนที่เรายังไม่ได้พบเท่านั้น

    17. เมื่อคุณพูดความจริง คุณไม่จำเป็นต้องไปนั่งจำอะไรทั้งนั้น

    18. เด็กๆต้องการความรักมากที่สุดเมื่อพวกเขาทำตัวไม่น่ารัก

    19. คำว่า listen (ฟัง) นั้นใช้ตัวอักษรชุดเดียวกับคำว่า silent (เงียบ)

    รู้รักสามัคคี อย่าดีแต่ใส่เสื้อ!

    เมื่อวันพุธที่ผ่านมานี้ ก็คือวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันพ่อแห่งชาตินั่นเอง พอดีได้เห็นชื่อเอ็มพี่คนนึงประมาณว่า

    "เห็นด้วยครับ! รู้รักสามัคคี อย่าดีแต่ใส่เสื้อ!" โอ้ววว... โดนจริงๆ เห็นภาพกว่า รักพ่ออย่าทะเลาะกันซะอีก

    สังเกตได้ว่าแม้ว่าคนไทยเด๋วนี้จะฮิตใส่เสื้อเหลืองกัน แต่ก็แค่สักแต่ว่าใส่ๆไปเพื่อให้อินเทรนด์เหมือนชาวบ้าน

    เท่านั้นเอง หาได้มีความคิดอะไรที่ระลึกถึงความหมายที่เสื้อที่ตัวเองใส่อยู่พยายามจะบอกแม้แต่น้อย

         วันพ่อที่ผ่านมาไม่ได้เป็นตามที่คิดซักเท่าไหร่ เริ่มจากพ่อไม่กลับบ้านเพราะต้องจุดเทียนชัยที่นครนายก

    ส่วนแม่ก้อออกไปช่วยงานขึ้นบ้านใหม่หรืออะไรซักอย่างของเพื่อนแม่ตั้งแต่เช้า สรุปแล้ววันนี้เราก็นอนซมหวัด

    อยู่บ้านคนเดียวตามลำพัง แปลกจังที่คราวนี้เป็นหวัดแล้วเสียงหาย เสียงเปลี่ยนไปเป็นอีกคนเลย ตลกดี... รึเปล่า

    แต่ก็ยังไม่ได้ฤกษ์ไปหาหมอหรอก เด๋วพรุ่งนี้รอดูอาการอีกที ว่าจะออกไปมหาลัยซะหน่อยแม้ว่าจะไม่มีเรียน

    กะว่าจะได้ทำงานบ้างไม่น้อยก็น้อยมาก... อ่าว...

         เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หรือวันพ่อเราแห่งชาติ (วันเกิดพ่อ ^^) ก็ได้ happy birthday พ่อผ่าน sms ตามเคย

    แหะๆ ตอนเที่ยงคืน เช้าตื่นมาก้อไปเรียน animation ตามเคย ไปถึงห้องเรียนประมาณ 9 โมงนิดๆ ประมาณ 3 นาทีมั้ง

    ไปถึงเจออะไรบางอย่างที่ดูร้ายแรงยิ่งกว่าผีหลอกตอนเที่ยงวัน นั่นคือ... อาร์ต!!!!  ไม่ใช่ว่าอาร์ตน่ากลัวหรืออะไร

    แต่เวลานี้... เวลาที่อาจารย์ยังไม่มา... ไม่น่า... จะเห็นอาร์ต... อืม.... เราคงฝันไปสินะ ว่าแล้วก็ตื่นมาตอนเช้า

    ไปเรียนตามปกติ.. อ่อ ไม่ใช่ฝัน... อาร์ตมาถึงก่อนเวลาจริงๆ!! ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด แต่อาร์ตก็ได้ทำมันลงไปแล้ว

    ม่ายยยย..... ยินดีด้วยนะอาร์ต... - -+

         รู้สึกผิดกับอาจารย์พิษณุจัง... เวลาเรียนไม่ค่อยได้ตั้งใจเลย นั่งเปิดคอมเล่นอีกแล้ว >.< ขอโทดครับอาจารย์

    อาร์ตทำให้ผมอดใจเปิดคอมไม่ไหวจริงๆ (อ่าว โบ้ย...) แต่ผมจะตั้งใจทำการบ้านและ project อย่างเต็มที่คับ *-*

    คนดีใช่ไม๊ล่ะ? ฮ่าๆ...

         เรียน anime เสดก้อพบว่าเพิ่งสิบเอ็ดโมงเอง อาจารย์เลิกเร็วดีวันนี้ เลยไปกินข้าวกันก่อนเลยเพราะคิดว่ามี่

    คงเรียนถึงเที่ยงครึ่ง เด๋วกินข้าวแล้วเรียน creativity ไม่ทัน แต่ปรากฏว่าเลิกเรียนเที่ยงซะนี่ >.< ขอโทดค๊าบบ

    วิชา creativity ครั้งที่ผ่านมานี้เรียนเกี่ยวกับ "IDEA" โดยอาจารย์ก็ขึ้นมาก่อนด้วยประโยคที่คุ้นเคยว่า

    "คน มีอยู่สองประเภท..." เอาล่ะสิ ทำไมมันมีหลายสองประเภทจัง เท่าที่เคยได้ยินมาก้อสามล้านกว่าแบบ ทำไม

    ยังแบ่งได้แค่ 2 ประเภทอีกนะ... แต่ก้อฟังต่อไป ไม่เกรียน... สองประเภทที่ว่านั่นคือ Satisfier กับ Optimizer

    โดยประเภทแรกนั้นเป็นคนที่ถ้าคิดอะไรได้แล้ว ก็จะหยุดความคิดอยู่แค่นั้น ส่วนประเภทหลังจะหาคำตอบอื่นๆไปเรื่อยๆ

    โดยเปรียบเทียบกับ ถ้าสั่งให้คนไปหาเข็มในกองทราย คนประเภทแรกถ้าเจอก้อจะเลิกหา คนที่สองจะหาให้มากที่สุด

    อาจารย์จะฝึกนิสัยเราให้เป็นแบบที่สอง โดยการให้คิดไอเดียออกมาให้มากที่สุด เริ่มจาก

    "หาประโยชน์ของอิฐให้มากที่สุด" ตามด้วย

    "บอกประโยชน์ของเปลือกทุเรียนมา 30 อย่าง" ... เอาล่ะสิ อันแรกหาได้ 10 อย่างเอง... แต่ก้อด้นมันจนครบจนได้

    สนุกจริงๆวิชานี้ ชอบมากๆ เป็นวิชาที่ทำให้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาได้จริง ขอบคุณอาจารย์ธงชัยที่นำวิชาดีๆอย่างนี้มาสอน

    ทำให้พวกเราได้เปิดหูเปิดตานะครับ ^^ เออใช่ อาจารย์เอา Jackling มาโชว์ด้วย ไม่รู้สะกดงี้ป่าว เป็นลูกบอล 3 ลูก

    ที่เอามาโยนๆสลับกันอะ หวังว่าคงนึกภาพออก เหมือนในละครสัตว์เลย อาจารย์บอกว่าจะให้ฝึกกันด้วย!! น่าสนุกมาก

         ข้อคิดที่ได้จากวันนี้คือ "คิดให้เยอะ ดีกว่าเจอะแล้วเลิก" มาเป็น Optimizer กันเถอะ!

    ส่วนสิ่งที่กำลังฝึกฝนอยู่คือ... พยายามจะจัดตารางเวลาก่อนที่จะทำอะไร ไม่งั้นเด๋วทำไม่ทัน หรือไม่ก้อทำไม่ดี

    December 06

    CU-Inw

    ขออัพย้อนหลังหน่อยละกัน วันนั้นพิมพ์ๆไปแล้วหมดอารมณ์ เลยsaveไว้ก่อน (พยายามจะเขียนต่อมาสามครั้งแล้ว -_-")
         วันนี้ไปสอบ CU-TEP มาล่ะ ตอนแปดโมงเช้าที่มหาลัย strict เวลาสุดยอดเหมือนกัน มีเพื่อนๆมาสอบ
    ไม่ทันกันหลายคนเลย แกร่วกันไปเป็นแถบ แต่ก่อนแต่ไรเข้าใจว่า CU-TEP คือ ซี-ยู-เท๊ป แต่วันนี้...
    ผมได้กระจ่างแล้วว่า... เทพมีจริง
         ไปถึงมหาลัยราว 7 โมงครึ่งนิดๆ สอบที่ตึกมหิต (ตึกโรงอาหารเสดสาดอะแหละ) ก้อเลยไปนั่งคุยกะเพื่อนๆ
    ข้างใต้ตึกก่อน เริ่มจากบ่นความเหลวไหลเมื่อวาน เนื่องจากไม่ได้เปิดเกมในเวบ Congregate เล่นเป็นเวลานาน
    แล้วเผอิญเมื่อวานกลับมาบ้านเร็ว เพราะแม่จะไประยอง เลยให้มาเฝ้าบ้าน ก้อเลยมีเวลาเหลือเยอะ ไม่รู้จะทำไร
    งานไม่อยากทำ ฮ่าๆๆ ก้อเลยเปิด congregate เล่นซะงั้น แล้วก้อเสียเวลาไป 3-4 ช.ม. เต็มๆกับเกมปัญญาอ่อน...
    ตอนแรกก้อบ่นกะการ์ตูนว่าเมื่อวานมัวแต่เล่นเกมไม่ได้ทำไรเท่าไหร่เลย ฟังโทอิกไปรอบนึง แถมไม่รู้เฉลยอีกตะหาก
    เพราะมัวแต่นั่งเล่นเกม kongregate การ์ตูนก้อเลย "อ๊ะ! เกมใหม่ปะ โลมาๆ" ... "เออ ใช่ๆๆ bla bla bla..."
    จากนั้นไม่นาน เหมี่ยวก้อเข้ามาร่วมวงไพบูลย์ด้วย "เออใช่ๆ เราก้อเล่นเหมือนกัน หนุกดีเนอะ" เออ เอาเข้าไป
    ถ้าทางจะมีคนขี้เกียจเหมือนเรามากมาย แต่ดันขี้เกียจด้วยสาเหตุเดียวกันนี่สิ... 555+
         ขึ้นไปสอบก้อพบกับความเหลือเชื่ออีกครั้ง เมื่อเริ่มสอบ listening ได้ยินเสียงตามสายว่า
    "แบบทดสอบภาษาอังกฤษ ซี ยู เทพ..."  เทพ... เทพ... เทพ... เทพเลยครับ =[]=!!! ไม่ใช่ เท็ป ว้ากกกก
    มารู้ภายหลังจากน้องมิวว่า มันมาจากชื่อพระเทพ แต่ไม่รู้ว่ามันมั่วรึเปล่า ฮ่าๆ ก็สอบๆไป part listening ก็ตามเคย
    หลุดโลก.. reading ก็มึนๆ ส่วน writing กลายเป็น error checking ไปซะงั้น แหม.. ทำใจหายใจคว่ำ นึกว่า
    จะให้เขียน essay ซะแล้น... ก็ยากดี มันส์ดี
         หลังจากสอบภาษาอังกิดเสดก้อเดินกลับคณะมากับน้องมิวและตาหวัด เพราะตาหวัดบอกให้ไปช่วยยกโต๊ะหน่อย
    พอไปถึงก็ไปเจอพี่ๆคนงานเค้าจัด partition กันอยู่ เพื่อเอาไปใช้ในงาน openhouse ในวันรุ่งขึ้น แต่ที่ตาหวัดบอก
    ให้ช่วยจัดโต๊ะนี่เป็นงานเลี้ยงพี่ 81 ... แล้วรู้สึกว่าจะต้องเก็บให้เรียบร้อยภายในคืนนี้เลยด้วย โอโหเฮะ... จัดชนกัน
    ได้พอเจาะพอเหมาะจริงๆ -"-... ตอนแรกก้อไปนั่งกินข้าวกับน้องมิว ไม่สิ ไปนั่งรอน้องมิวกินข้าว เพราะตาหวัดกะลัง
    ดูว่าตกลงต้องทำยังงัยกันแน่ และน้องมิวลากไป ก็เลยไปนั่งด้วยเฉยๆ ไม่ได้กินอะไร บอกตาหวัดว่าเริ่มทำไรให้ misscall
    แต่มันก้อไม่ได้ misscall จนกระทั่งน้องมิวกินเสดเดินกลับไป อ่าว จัดโต๊ะเกือบเสดแล้ว ฮ่วย -_-" หลังจากนั้นไม่นาน
    น้องมิวก็จรลีไปสอบภาษาไทยด้วยอาการนอยด์ว่า "สอบคนเดียวแหงเลยยยยย" เพราะดูท่าทางวิดวะไม่ค่อยมีใครสอบ
    กันซักเท่าไหร่ น้องมิวจะต่อโทนิเทศน์ ก้อเลยต้องสอบตามระเบียบ... จากนั้นก็อยู่ช่วยหวัดกลิ้งเสา เพื่อนๆคงนึกภาพออก
    ว่าเสาที่เอาไว้ขึงเน็ตหน้าตาเป็นอย่างไร มันจะเป็นเสา และข้างล่างมียางทีหล่อซีเมนต์เอาไว้ หนักมากถึงมากที่สุด
    กลิ้งมาตั้งฉากสำหรับฉาย slide ได้สำเร็จ จากนั้นก้อขอตัวไปกินข้าวกะมู๋
         ก้อเป็นวันที่เหนื่อยๆดี ตื่นเช้าตรู่เลย เพราะว่าไม่มีใครอยู่บ้าน พ่อแม่ไประยอง เลยต้องตื่นคนแรกของบ้านและไขกุญแจ
    บ้านเอง ออกไปโดยไม่มีใครรู้เลย ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ไม่แปลก เพราะปกติกว่าเราจะตื่น คนอื่นก็ออกไปหมดบ้านแล้วเช่นกัน 55+
     
    ป.ล. ข้อคิด : ไดอารี่เค้าให้เขียนวันต่อวัน!! อย่าดองไว้ เด๋วจะจำไม่ได้